SCG

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 7:
พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
เป้าหมายที่ 8:
งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เป้าหมายที่ 9:
โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม
เป้าหมายที่ 11:
เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม (Innovation) โดยนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร หนึ่งในแนวทางสำคัญของบริษัท คือ การศึกษาและพัฒนาพลังงานสีเขียว (Green Energy)

เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน ตลอดจนสนับสนุนแนวทางการใช้พลังงานสะอาด ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และส่งเสริมการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานในระบบการบริหารจัดการ การประมวลผลข้อมูล การจัดทำข้อมูล และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน การวิจัย และการดำเนินธุรกิจนอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา โดยร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา ในการศึกษาค้นคว้าแนวทางเพิ่มผลผลิต รวมถึงการนำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และช่วยลดของเสียจากกระบวนการผลิต​

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

กระบวนการพัฒนาและส่งเสริมวัฒนธรรมในองค์กร

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อความยั่งยืน ด้วยการผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ากับการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าให้กับสังคม

1
การพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด
  • ส่งเสริมการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานชีวมวล
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
2
การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
  • พัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของพนักงานในการคิดค้นและปรับปรุงกระบวนการทำงาน
  • สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด
  • ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของบุคลากรผ่านโครงการฝึกอบรมที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และการใช้เทคโนโลยี
3
การดำเนินงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • กำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษจากกระบวนการผลิต
  • พัฒนาโครงการรีไซเคิลและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สร้างความร่วมมือกับชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาพลังงานสะอาด

การพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ประจำปี 2568

โครงการที่ 1: Solar Sure Platform
ชื่อโครงการ วัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินงาน​ ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ​ ค่าใช้จ่าย
Solar Sure Platform​ พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลและติดตามสภาพแผง Solar Cell ตลอดวงจรชีวิต (Life Cycle) เพื่อให้การบริหารจัดการแผงเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานสากล​​ บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการที่ริเริ่มโดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ครอบคลุมการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานการตรวจสอบแผง ตั้งแต่การติดตั้ง การใช้งาน การตรวจสอบสภาพ ไปจนถึงการประเมินประสิทธิภาพและความเสื่อมสภาพในระยะยาว​​ บริษัทได้รับองค์ความรู้และมาตรฐานการตรวจสอบแผง Solar Cell ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานจริงได้ทันที รวมถึงเตรียมความพร้อมรับการบริหารจัดการแผงเสื่อมสภาพในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ด้านพลังงานหมุนเวียน สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว​​ ไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการที่ 2: พัฒนาบรรจุภัณฑ์จากเยื่อพืชธรรมชาติ​

ชื่อโครงการ วัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินงาน​ ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ​ ค่าใช้จ่าย
การเพิ่มศักยภาพและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจฐานนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมวิจัยด้านเยื่อพืชธรรมชาติ​ ต่อยอดการใช้ประโยชน์จากเยื่อพืชที่ผ่านกระบวนการระเบิดด้วยไอน้ำ (สิทธิบัตรของบริษัท) เพื่อพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​ เป็นหนึ่งในโครงการของแผนงานพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprise : IDEs) ของหน่วยงานบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้การกำกับของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) ดำเนินโครงการร่วมกับ 3 ภาคส่วน ได้แก่ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) บจก. สหโคเจน กรีน (บริษัทย่อย) และ บจก. สหกรีนฟอเรสท์ (บริษัทย่อย) รวมถึงบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และเส้นใยสิ่งทอ ภายใต้แผนงาน Innovation Driven Enterprise (IDEs) ของ บพข. ระยะเวลาโครงการ: กันยายน 2566 – พฤษภาคม 2569​ เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการวิจัยและภาคอุตสาหกรรม และนำสิทธิบัตรของบริษัทมาสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ผ่านผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​ 203,849.58 บาท​

โครงการที่ 3 : การติดตามเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวแห่งอนาคต​

ชื่อโครงการ วัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินงาน​ ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ​ ค่าใช้จ่าย
การศึกษาและติดตามความก้าวหน้าเทคโนโลยีพลังงานสีเขียว (Green Energy)​ เตรียมความพร้อมรองรับทิศทางการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในอนาคต​ ศึกษาและติดตามเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มสำคัญ ได้แก่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMRs), เทคโนโลยีไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen), การดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS)​ บริษัทมีข้อมูลเชิงกลยุทธ์เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนและวางแผนธุรกิจพลังงานในระยะยาว​ ไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการที่ 4: การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร​

ชื่อโครงการ วัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินงาน​ ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ​ ค่าใช้จ่าย
(1) การฝึกอบรมหลักสูตร “M365 Copilot for 10x Productivity” (2) การประกวด “โครงการพัฒนาศักยภาพ ทางด้านปัญญาประดิษฐ์ผ่านโปรแกรม Microsoft 365 Copilot” ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับสามารถนำ AI ไปใช้ในการทำงานได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมภายในองค์กร​ จัดอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ AI ให้กับบุคลากร และจัดประกวดโครงการนวัตกรรม AI โดยแบ่งเป็นทีมภายในหน่วยงานและทีมรวมจากต่างสายงาน มีผู้เสนอโครงการเข้าร่วมรวม 16 โครงการ​ โครงการที่ได้รับรางวัลได้รับการนำไปต่อยอดในการดำเนินธุรกิจจริง ส่งผลให้ลดระยะเวลาการทำงานได้ 1,288 ชั่วโมงต่อปี และลดต้นทุนได้ 1.64 ล้านบาทต่อปี​ 205,681.50 บาท​

โครงการที่ 5: การปรับปรุงกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล​

ชื่อโครงการ วัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินงาน​ ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ​ ค่าใช้จ่าย
การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล​ เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ และเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Transformation​ ดำเนินโครงการดิจิทัลสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ (1) นำระบบ IT สนับสนุนงานวิศวกรรมออนไลน์ เพื่อบันทึก สอบทาน และดึงข้อมูลได้จากระบบ ลดแรงงานและความผิดพลาด (2) พัฒนาโปรแกรม AMR และระบบ Billing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (3) พัฒนาโปรแกรม CAR OI Online รองรับระบบมาตรฐาน ISO (4) ติดตั้งระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้แก่ PAM, WAF และ DLP นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรม เช่น โปรแกรมคำนวณค่าไฟฟ้า ระบบจดหน่วยมิเตอร์ไฟฟ้า และโปรแกรม CAR PAR​ หน่วยงานต่าง ๆ สามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการประมวลผลและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาการทำงานและความผิดพลาด พร้อมทั้งยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามมาตรฐานสากล และส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมภายในองค์กร​ ไม่มีค่าใช้จ่าย​

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ชุมชนและสังคม
ลูกค้า
คู่ค้า
ผู้ถือหุ้น
ภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการด้านความยั่งยืน