SCG

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 7:
พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
เป้าหมายที่ 13:
การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นประเด็นสำคัญระดับโลกที่มีสาเหตุหลักจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการใช้พลังงานฟอสซิลในภาคพลังงาน การขนส่ง และอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลต่อภาวะโลกร้อน สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของประชากรทั่วโลก ดังนั้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นแนวทางสำคัญในการบรรเทาผลกระทบและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ โดยนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมีส่วนผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานชีวมวล การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจึงเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาโครงการพลังงานสีเขียว

กลุ่มราชพัฒนาให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดโดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนเป้าหมายในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส (2.0°C pathway) ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการประชุม COP 21 ณ กรุงปารีส ภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement)

นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

เป้าหมายการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ระยะสั้น | ปัจจุบัน – 2030
เป้าหมาย
  • เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 50% ของกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดตามสัดส่วนการถือหุ้น ภายในปี 2030
  • ลด Carbon Emission Intensity ต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้าลง 10% ภายในปี 2030
แนวทางการดำเนินงาน
พัฒนาและขยายโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานสะอาดอื่น ๆ
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตและการดำเนินงาน
ลดการเกิดของเสียจากการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบ
ขอบเขตการดำเนินงาน

Scope 1 และ Scope 2

ระยะกลาง | 2031 – 2040
เป้าหมาย

มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2040

แนวทางการดำเนินงาน
ลงทุนในโครงการผลิตพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านขององค์กรไปสู่พอร์ตธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำ
ขอบเขตการดำเนินงาน

Scope 1 และ Scope 2

ระยะยาว | 2041 – 2050
เป้าหมาย

มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050

แนวทางการดำเนินงาน
ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม Carbon Offset ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือจากการดำเนินธุรกิจ
ขอบเขตการดำเนินงาน

Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ในปี 2568 ฝ่ายจัดการได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญได้ดังนี้

เป้าหมายระยะสั้น: การขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์
บริษัทฯ ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) สำหรับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและไอน้ำเสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการรับรอง CFP ช่วยให้บริษัทฯ สามารถเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบถ้วนและน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน
ผลการดำเนินงาน
บรรลุเป้าหมายตามแผนที่กำหนด
เป้าหมายระยะยาว: การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของกำลังการผลิตรวมตามสัดส่วนการถือหุ้น ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) อย่างไรก็ตาม จากความมุ่งมั่นในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ สามารถเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้สูงถึง ร้อยละ 19 ของกำลังการผลิตรวมตามสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ถึงร้อยละ 4 และบรรลุผลได้ก่อนกำหนดเวลา นับเป็นความสำเร็จที่สำคัญและสะท้อนถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดของบริษัทฯ ได้อย่างชัดเจน
ผลการดำเนินงาน
บรรลุเป้าหมายก่อนกำหนด

การกำกับดูแลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับคณะกรรมการบริษัท ระดับบริหาร และระดับปฏิบัติการ เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร กระบวนการบริหารความเสี่ยง และการติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท

โครงสร้างการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ระดับการกำกับดูแล บทบาทและความรับผิดชอบ การติดตามและรายงานผล
คณะกรรมการบริษัท
  • กำกับดูแลความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • พิจารณาและอนุมัตินโยบาย กลยุทธ์ และเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ติดตามผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า และประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีนัยสำคัญ
เป็นประจำและเมื่อมีประเด็นที่มีนัยสำคัญรับรายงานจากคณะกรรมการธรรมาภิบาลและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการความยั่งยืน
คณะกรรมการธรรมาภิบาลและบริหารความเสี่ยง
  • กำกับดูแลกระบวนการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • พิจารณาและติดตามมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • รายงานประเด็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อคณะกรรมการบริษัท
ภายใต้กระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กรรายงานประเด็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการความยั่งยืน
  • พิจารณานโยบาย กลยุทธ์ และแนวทางการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • พิจารณาเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ
  • กำกับดูแลการบริหารจัดการและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท
  • ติดตามผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าเทียบกับเป้าหมาย
  • กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานของคณะทำงานบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
  • ติดตามการตอบสนองต่อความเสี่ยงและโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • รายงานผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า และประเด็นสำคัญต่อคณะกรรมการบริษัท
รายไตรมาสและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นระยะรับรายงานผลจากฝ่ายบริหารและคณะทำงานบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
กรรมการผู้จัดการ/ประธานคณะกรรมการความยั่งยืน
  • กำกับดูแลการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับบริหาร
  • ขับเคลื่อนกลยุทธ์ มาตรการ และโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ติดตามความก้าวหน้าเทียบกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ
  • กำกับดูแลการบริหารจัดการและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • รายงานประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการบริษัท
ติดตามอย่างต่อเนื่องและรายงานผลต่อคณะกรรมการความยั่งยืน และยกระดับประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
คณะทำงานบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
  • ประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • จัดทำและติดตามข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ดำเนินมาตรการและโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ติดตามผลการดำเนินงานและรายงานความก้าวหน้าต่อคณะกรรมการความยั่งยืน
ติดตามและรายงานผลต่อคณะกรรมการความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

ผลการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญ ปี 2568

ในปี 2568 คณะกรรมการความยั่งยืนได้กำกับ ติดตาม และพิจารณาประเด็นด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุม 4 ครั้ง เพื่อทบทวนนโยบาย เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน และติดตามความก้าวหน้าของแผนงานที่เกี่ยวข้อง

1
นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ:

  • ทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการความยั่งยืนและนโยบายความยั่งยืน รวมถึง นโยบายการจัดการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
2
เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ:

  • พิจารณาเป้าหมายด้านการจัดการพลังงาน การใช้ทรัพยากรน้ำ การจัดการของเสียและของเสียอันตราย และการจัดการมลภาวะทางอากาศ
3
การติดตามผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ:

  • ติดตามการดำเนินงานของคณะทำงานภายใต้การกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคณะทำงานด้านความยั่งยืนและคณะทำงานด้านการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง
4
การบริหารจัดการและการรับรองก๊าซเรือนกระจก

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ:

  • กำกับดูแลการจัดทำรายงาน Carbon Footprint for Organization (CFO) รวมถึงการขอรับรองและขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

การติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน

บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ดำเนินการวัดและติดตามผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยมีการจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) เพื่อใช้ในการติดตามปริมาณการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทางธุรกิจ ครอบคลุมการปล่อยในขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำและได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) สำหรับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและไอน้ำ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ และบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด และบริษัท สหกรีน ฟอเรสต์ จำกัด ได้รับประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและการจัดการก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของบริษัทในการสนับสนุนแนวทางและนโยบายของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่ส่งเสริมพลังงานสะอาด ตลอดจนการแสดงจุดยืนเชิงบวกต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อมูลการขึ้นทะเบียนรับรอง คาร์บอนฟรุตพริ้นทร์ขององค์กร (CFO) และคาร์บอนฟุตรพิ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) องค์การบริการหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) หรือ อบก.

การทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยหน่วยงานภายนอก​

  • การทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานโดยหน่วยงานอิสระ

    ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปี 2568 ครอบคลุม Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 ได้รับการทวนสอบโดย บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด​

  • มาตรฐานและระดับการให้ความเชื่อมั่นในการทวนสอบ​

    รอบระยะเวลารายงาน​: ปี 2568

    ขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก​: Scope 1, Scope 2 และ Scope 3

    มาตรฐานการทวนสอบ​: ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร พิมพ์ครั้งที่ 8

    ระดับการให้ความเชื่อมั่น​: การให้ความเชื่อมั่นแบบจำกัด (Limited Assurance)

เอกสารรับรอง​

บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน)

CFO
CFP SCG- Electricity
CFP SCG-Steam

บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด

CFP SGN- Electricity
CFP SGN-Steam

บริษัท สหกรีน ฟอเรสท์ จำกัด

CGF SGN- Electricity
CGF SGN-Steam

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

บริษัทให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านกลยุทธ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการลงทุนในพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การดำเนินงานของบริษัทอยู่ภายใต้กรอบมาตรฐานสากล เช่น Global Reporting Initiative (GRI) และ SDGs ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน

บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้พนักงานและชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พลังงานและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 2 3

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบมจ.ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี และบริษัทย่อย ประจำปี 2568 (หน่วย tCO2eq)
ขอบเขตดำเนินงาน หน่วย SCG SGN SGF รวม
Scope 1 TonCO2e 283,440.11 4,341.90 2,226.57 290,009.00
Scope 2 TonCO2e 315.12 379.73 32.68 728.00
Scope 3 TonCO2e 81,325.88 162.07 61.40 81,550.00
Scope 1+2 TonCO2e 283,755.23 4,721.63 2,259.25 290,737.00
Scope 1+2+3 TonCO2e 365,081.11 4,883.70 2,320.65 372,287.00
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ บมจ.ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี และบริษัทย่อย ระหว่างปี 2565 - 2567
ขอบเขต หน่วย การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2565 (ปีฐาน) 2566 2567 2568
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1) TonCO2e 533,254.00 474,332.00 353,952.00 290,009.00
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม จากการใช้พลังงาน (Scope 2) TonCO2e 463.00 512.00 616.00 728.00
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม จากการใช้พลังงาน(Scope 3) TonCO2e 140,022.00 134,057.00 99,554.00 81,550.00
รวม Scope 1 & 2 TonCO2e 533,717.00 474,844.00 354,568.00 290,737.00
รวม Scope 1 & 2 & 3 TonCO2e 673,739.00 608,901.00 454,122.00 372,287.00
ปริมาณการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ MWh 1,513,930.87 1,639,337.24 1,232,096.19 64,856.25
Carbon intensity (Scope 1+2) TonCO2e/MWh 0.3525 0.2897 0.2878 0.2892
Carbon intensity (Scope 1+2+3) TonCO2e/MWh 0.4450 0.3714 0.3686 0.3703

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้า
ชุมชนและสังคม
ผู้ถือหุ้น
ภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการด้านความยั่งยืน