การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 7:
เป้าหมายที่ 13:
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นประเด็นสำคัญระดับโลกที่มีสาเหตุหลักจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการใช้พลังงานฟอสซิลในภาคพลังงาน การขนส่ง และอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลต่อภาวะโลกร้อน สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของประชากรทั่วโลก ดังนั้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นแนวทางสำคัญในการบรรเทาผลกระทบและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ โดยนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมีส่วนผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานชีวมวล การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจึงเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาโครงการพลังงานสีเขียว
กลุ่มราชพัฒนาให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดโดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนเป้าหมายในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส (2.0°C pathway) ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการประชุม COP 21 ณ กรุงปารีส ภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement)
นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

เป้าหมายการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ระยะสั้น | ปัจจุบัน – 2030
เป้าหมาย
- เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 50% ของกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดตามสัดส่วนการถือหุ้น ภายในปี 2030
- ลดความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้าลง ร้อยละ 10 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับ ปีฐาน 2565
แนวทางการดำเนินงาน
ขอบเขตการดำเนินงาน
Scope 1 และ Scope 2
ระยะยาว | 2041 – 2050
เป้าหมาย
มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050
แนวทางการดำเนินงาน
ขอบเขตการดำเนินงาน
Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 ฝ่ายจัดการได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญได้ดังนี้
เป้าหมายระยะสั้น: การขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมายระยะยาว: การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
ผลการดำเนินงาน
การกำกับดูแลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับคณะกรรมการบริษัท ระดับบริหาร และระดับปฏิบัติการ เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร กระบวนการบริหารความเสี่ยง และการติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ดร.กล้าหาญ สุขสไว กรรมการบริษัท กรรมการผู้จัดการ และประธานคณะกรรมการความยั่งยืน เป็นผู้นำในการกำกับดูแลและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบาย กลยุทธ์ และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัท
โดยกำกับติดตามการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมรายงานประเด็นสำคัญและผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิผล
โครงสร้างการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
| ระดับการกำกับดูแล | บทบาทและความรับผิดชอบ | การติดตามและรายงานผล |
|---|---|---|
คณะกรรมการบริษัท |
|
|
คณะกรรมการธรรมาภิบาลและบริหารความเสี่ยง |
|
|
คณะกรรมการความยั่งยืน |
|
|
กรรมการผู้จัดการ/ประธานคณะกรรมการความยั่งยืน |
|
|
คณะทำงานบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก |
|
|
ผลการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญ ปี 2568
ในปี 2568 คณะกรรมการความยั่งยืนได้กำกับ ติดตาม และพิจารณาประเด็นด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุม 4 ครั้ง เพื่อทบทวนนโยบาย เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน และติดตามความก้าวหน้าของแผนงานที่เกี่ยวข้อง
นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ:
- ทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการความยั่งยืนและนโยบายความยั่งยืน รวมถึง นโยบายการจัดการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ:
- พิจารณาเป้าหมายด้านการจัดการพลังงาน การใช้ทรัพยากรน้ำ การจัดการของเสียและของเสียอันตราย และการจัดการมลภาวะทางอากาศ
การติดตามผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ:
- ติดตามการดำเนินงานของคณะทำงานภายใต้การกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคณะทำงานด้านความยั่งยืนและคณะทำงานด้านการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง
การบริหารจัดการและการรับรองก๊าซเรือนกระจก
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ:
- กำกับดูแลการจัดทำรายงาน Carbon Footprint for Organization (CFO) รวมถึงการขอรับรองและขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
การติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ดำเนินการวัดและติดตามผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยมีการจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) เพื่อใช้ในการติดตามปริมาณการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทางธุรกิจ ครอบคลุมการปล่อยในขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำและได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) สำหรับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและไอน้ำ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ และบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด และบริษัท สหกรีน ฟอเรสต์ จำกัด ได้รับประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและการจัดการก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของบริษัทในการสนับสนุนแนวทางและนโยบายของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่ส่งเสริมพลังงานสะอาด ตลอดจนการแสดงจุดยืนเชิงบวกต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อมูลการขึ้นทะเบียนรับรอง คาร์บอนฟรุตพริ้นทร์ขององค์กร (CFO) และคาร์บอนฟุตรพิ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) องค์การบริการหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) หรือ อบก.
การทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยหน่วยงานภายนอก
-
การทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานโดยหน่วยงานอิสระ
ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปี 2568 ครอบคลุม Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 ได้รับการทวนสอบโดย บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
-
มาตรฐานและระดับการให้ความเชื่อมั่นในการทวนสอบ
รอบระยะเวลารายงาน: ปี 2568
ขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: Scope 1, Scope 2 และ Scope 3
มาตรฐานการทวนสอบ: ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร พิมพ์ครั้งที่ 8
ระดับการให้ความเชื่อมั่น: การให้ความเชื่อมั่นแบบจำกัด (Limited Assurance)

เอกสารรับรอง
การมีส่วนร่วมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านเครือข่ายความร่วมมือ
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม การเข้าร่วมเครือข่ายความร่วมมือช่วยให้บริษัทสามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ติดตามพัฒนาการด้านนโยบายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนนำแนวปฏิบัติที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจ
บริษัทได้เข้าร่วม เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการรับมือกับความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
แนวทางการมีส่วนร่วมของบริษัท
- เข้าร่วมเครือข่ายในฐานะ องค์กรผู้ริเริ่มด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัท
- เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการวัด การลด และการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับหน่วยงานสมาชิก
- ติดตามพัฒนาการของกลไกตลาดคาร์บอน นโยบาย และมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงาน
- นำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติจากเครือข่ายมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการดำเนินงานด้านก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำของบริษัท
การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและไอน้ำ
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ให้ความสำคัญกับการประเมิน Carbon Footprint of Product (CFP) สำหรับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและไอน้ำ เพื่อสะท้อนปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ สนับสนุนการบริหารจัดการคาร์บอนอย่างเป็นระบบ และเพิ่มความโปร่งใสของข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า การประเมินครอบคลุม 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด และ บริษัท สหกรีน ฟอเรสท์ จำกัด ภายใต้ขอบเขต Business-to-Business (B2B) โดยกำหนด Functional Unit สำหรับไฟฟ้าที่ 1 kWh และไอน้ำที่ 1 GJ และครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก การได้มาซึ่งวัตถุดิบ (Upstream) และ กระบวนการผลิต (Production)
ในด้านการส่งมอบพลังงาน บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด จำหน่ายไฟฟ้าส่วนหนึ่งผ่าน บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (SPI) เพื่อส่งต่อให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าภายใน สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี และสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน ตามพื้นที่ดำเนินงานของแต่ละบริษัท และจำหน่ายไฟฟ้าส่วนที่เหลือให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อเข้าสู่ระบบไฟฟ้าต่อไป ขณะที่ บริษัท สหกรีน ฟอเรสท์ จำกัด จำหน่ายไฟฟ้าตามพื้นที่และรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท
ข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ และ Emission Factor (EF) ที่ได้จากการประเมินสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการติดตามและบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท ตลอดจนสนับสนุนคู่ค้าและผู้ใช้พลังงานในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกตามขอบเขตที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน)

| ผลิตภัณฑ์ | การได้มาซึ่งวัตถุดิบ | กระบวนการผลิต | รวม | หน่วย | More Detail |
|---|---|---|---|---|---|
| ไฟฟ้า | 120.00 | 418.00 | 538.00 | gCO2eq/kWh | |
| ไอน้ำ | 22.00 | 76.60 | 98.60 | kgCO2eq/GJ |
ดาวน์โหลดเอกสาร CFP
บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด

| ผลิตภัณฑ์ | การได้มาซึ่งวัตถุดิบ | กระบวนการผลิต | รวม | หน่วย | More Detail |
|---|---|---|---|---|---|
| ไฟฟ้า | 15.33 | 45.70 | 61.00 | gCO2eq/kWh | |
| ไอน้ำ | 1.38 | 4.13 | 5.51 | kgCO2eq/GJ |
ดาวน์โหลดเอกสาร CFP
Sahagreen Forest Co., Ltd.

| ผลิตภัณฑ์ | การได้มาซึ่งวัตถุดิบ | กระบวนการผลิต | รวม | หน่วย | More Detail |
|---|---|---|---|---|---|
| ไฟฟ้า | 23.08 | 50.05 | 73.10 | gCO2eq/kWh | |
| ไอน้ำ | 1.80 | 3.89 | 5.69 | kgCO2eq/GJ |
ดาวน์โหลดเอกสาร CFP
หมายเหตุ: ผลการประเมิน Carbon Footprint of Product (CFP) ข้างต้นอ้างอิงข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2566 – 31 ธันวาคม 2566 โดยการรับรอง/ขึ้นทะเบียน CFP มีอายุ 3 ปี ปัจจุบันบริษัทและบริษัทย่อยอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลการดำเนินงาน ประจำปี 2569 เป็นรายเดือน เพื่อจัดทำรายงาน Carbon Footprint of Product และเตรียมเข้ารับการ ทวนสอบ (Verification) ในปี 2570
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัทให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านกลยุทธ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการลงทุนในพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การดำเนินงานของบริษัทอยู่ภายใต้กรอบมาตรฐานสากล เช่น Global Reporting Initiative (GRI) และ SDGs ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน
บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้พนักงานและชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พลังงานและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 2 3
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบมจ.ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี และบริษัทย่อย ประจำปี 2568 (หน่วย tCO2eq)
| ขอบเขตดำเนินงาน | หน่วย | SCG | SGN | SGF | รวม |
|---|---|---|---|---|---|
| Scope 1 | TonCO2e | 283,440.11 | 4,341.90 | 2,226.57 | 290,009.00 |
| Scope 2 | TonCO2e | 315.12 | 379.73 | 32.68 | 728.00 |
| Scope 3 | TonCO2e | 81,325.88 | 162.07 | 61.40 | 81,550.00 |
| Scope 1+2 | TonCO2e | 283,755.23 | 4,721.63 | 2,259.25 | 290,737.00 |
| Scope 1+2+3 | TonCO2e | 365,081.11 | 4,883.70 | 2,320.65 | 372,287.00 |
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ บมจ.ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี และบริษัทย่อย ระหว่างปี 2565 - 2567
| ขอบเขต | หน่วย | การปล่อยก๊าซเรือนกระจก | |||
|---|---|---|---|---|---|
| 2565 (ปีฐาน) | 2566 | 2567 | 2568 | ||
| ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1) | TonCO2e | 533,254.00 | 474,332.00 | 353,952.00 | 290,009.00 |
| ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม จากการใช้พลังงาน (Scope 2) | TonCO2e | 463.00 | 512.00 | 616.00 | 728.00 |
| ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม จากการใช้พลังงาน(Scope 3) | TonCO2e | 140,022.00 | 134,057.00 | 99,554.00 | 81,550.00 |
| รวม Scope 1 & 2 | TonCO2e | 533,717.00 | 474,844.00 | 354,568.00 | 290,737.00 |
| รวม Scope 1 & 2 & 3 | TonCO2e | 673,739.00 | 608,901.00 | 454,122.00 | 372,287.00 |
| ปริมาณการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ | MWh | 1,513,930.87 | 1,639,337.24 | 1,232,096.19 | 64,856.25 |
| Carbon intensity (Scope 1+2) | TonCO2e/MWh | 0.3525 | 0.2897 | 0.2878 | 0.2892 |
| Carbon intensity (Scope 1+2+3) | TonCO2e/MWh | 0.4450 | 0.3714 | 0.3686 | 0.3703 |