การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 7:
เป้าหมายที่ 13:
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 ฝ่ายจัดการได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญได้ดังนี้
เป้าหมายระยะสั้น: การขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมายระยะยาว: การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
ผลการดำเนินงาน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัญหาระดับโลกที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการใช้พลังงานฟอสซิลในภาคพลังงาน การขนส่ง และอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน และก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของประชากรโลก การลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายและโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน จากนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ กระตุ้นให้หลายองค์กรหันมาใช้พลังงานสะอาดและมีแนวโน้มการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล ฯลฯ เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาโครงการพลังงานสีเขียว
กลุ่มราชพัฒนาให้ความสำคัญกับการลดก๊าซเรือนกระจกและการส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนเป้าหมายในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส (2.0°C pathway) ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการประชุม COP 21 ณ กรุงปารีส (ความตกลงปารีส Paris Agreement)
นอกจากนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050)

การติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน

บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ดำเนินการวัดและติดตามผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยมีการจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) เพื่อใช้ในการติดตามปริมาณการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทางธุรกิจ ครอบคลุมการปล่อยในขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำและได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) สำหรับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและไอน้ำ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ และบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด และบริษัท สหกรีน ฟอเรสต์ จำกัด ได้รับประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและการจัดการก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของบริษัทในการสนับสนุนแนวทางและนโยบายของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่ส่งเสริมพลังงานสะอาด ตลอดจนการแสดงจุดยืนเชิงบวกต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อมูลการขึ้นทะเบียนรับรอง คาร์บอนฟรุตพริ้นทร์ขององค์กร (CFO) และคาร์บอนฟุตรพิ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) องค์การบริการหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) หรือ อบก.
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน)

บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด

บริษัท สหกรีน ฟอเรสท์ จำกัด

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัทให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านกลยุทธ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการลงทุนในพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การดำเนินงานของบริษัทอยู่ภายใต้กรอบมาตรฐานสากล เช่น Global Reporting Initiative (GRI) และ SDGs ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน
บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้พนักงานและชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พลังงานและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 2 3
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบมจ.ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี และบริษัทย่อย ประจำปี 2568 (หน่วย tCO2eq)
| ขอบเขตดำเนินงาน | หน่วย | SCG | SGN | SGF | รวม |
|---|---|---|---|---|---|
| Scope 1 | TonCO2e | 283,440.11 | 4,341.90 | 2,226.57 | 290,009.00 |
| Scope 2 | TonCO2e | 315.12 | 379.73 | 32.68 | 728.00 |
| Scope 3 | TonCO2e | 81,325.88 | 162.07 | 61.40 | 81,550.00 |
| Scope 1+2 | TonCO2e | 283,755.23 | 4,721.63 | 2,259.25 | 290,737.00 |
| Scope 1+2+3 | TonCO2e | 365,081.11 | 4,883.70 | 2,320.65 | 372,287.00 |
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ บมจ.ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี และบริษัทย่อย ระหว่างปี 2565 - 2567
| ขอบเขต | หน่วย | การปล่อยก๊าซเรือนกระจก | |||
|---|---|---|---|---|---|
| 2565 (ปีฐาน) | 2566 | 2567 | 2568 | ||
| ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1) | TonCO2e | 533,254.00 | 474,332.00 | 353,952.00 | 290,009.00 |
| ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม จากการใช้พลังงาน (Scope 2) | TonCO2e | 463.00 | 512.00 | 616.00 | 728.00 |
| ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม จากการใช้พลังงาน(Scope 3) | TonCO2e | 140,022.00 | 134,057.00 | 99,554.00 | 81,550.00 |
| รวม Scope 1 & 2 | TonCO2e | 533,717.00 | 474,844.00 | 354,568.00 | 290,737.00 |
| รวม Scope 1 & 2 & 3 | TonCO2e | 673,739.00 | 608,901.00 | 454,122.00 | 372,287.00 |
| ปริมาณการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ | MWh | 1,513,930.87 | 1,639,337.24 | 1,232,096.19 | 64,856.25 |
| Carbon intensity (Scope 1+2) | TonCO2e/MWh | 0.3525 | 0.2897 | 0.2878 | 0.2892 |
| Carbon intensity (Scope 1+2+3) | TonCO2e/MWh | 0.4450 | 0.3714 | 0.3686 | 0.3703 |