การบริหารจัดการน้ำ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 6:
เป้าหมายที่ 14:
การบริหารจัดการน้ำ
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มุ่งบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ โดยกำหนดเป้าหมายด้านน้ำทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำของพื้นที่ดำเนินงาน เพื่อช่วยลดการใช้น้ำใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำและหมุนเวียนกลับมาใช้ ตลอดจนลดความเสี่ยงจากภาวะความเครียดและการขาดแคลนน้ำในระยะยาว
เป้าหมายและผลการดำเนินงานปี 2568
โรงไฟฟ้า ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี
เป้าหมาย
ลดการใช้น้ำจากกระบวนการผลิต โดยการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ไม่น้อยกว่า 60,000 m3 โดยคิดเป็น 4% ของปริมาณน้ำใช้ทั้งหมด
ผลการดำเนินงาน
ลดการใช้น้ำจากกระบวนการผลิต โดยการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ไม่น้อยกว่า 88,247 m3 โดยคิดเป็น
เป้าหมาย
ลดการใช้น้ำภายในสำนักงาน ไม่น้อยกว่า 70 m3 คิดเป็น 2% ของปริมาณน้ำที่ใช้ในสำนักงานทั้งหมดจากปีฐาน 2567
ผลการดำเนินงาน
ลดการใช้น้ำภายในสำนักงาน ไม่น้อยกว่า 1,318 m3 คิดเป็น
โรงไฟฟ้า สหโคเจน กรีน
เป้าหมาย
ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต 54,000 m3 ด้วยการนำกลับมาใช้ใหม่ คิดเป็น 11.44% ของปริมาณน้ำใช้ทั้งหมดของปี 2568
ผลการดำเนินงาน
ลดการใช้น้ำจากกระบวนการผลิต โดยการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ 336 m3 โดย คิดเป็น
เป้าหมาย
ลดการใช้น้ำในสำนักงาน 52,878 m3 คิดเป็น 17.04% ของปริมาณน้ำใช้ทั้งหมดของปี 2568
ผลการดำเนินงาน
ลดการใช้น้ำภายในสำนักงาน 2,971.7 m3 คิดเป็น
โรงไฟฟ้า สหกรีน ฟอเรสท์
เป้าหมาย
ลดการใช้น้ำจากกระบวนการผลิต โดยการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ไม่น้อยกว่า 20,000 m3/Y โดยคิดเป็น 5.13% ของปริมาณน้ำใช้ทั้งหมด
ผลการดำเนินงาน
ลดการใช้น้ำดิบ โดยการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ ได้ 23,266 m3/Y โดยคิดเป็น
ปริมาณการใช้น้ำ
| ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | |
|---|---|---|---|
| โรงไฟฟ้า ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี | |||
| ปริมาณน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต (m3) | 1,908,007 | 1,698,676 | 1,425,985 |
| สัดส่วนปริมาณน้ำดิบ (withdrawal) / MWh (net) หรือปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วย (Water intensity) | 1.98 | 2.40 | 2.31 |
| ร้อยละของน้ำเสียที่ได้รับการบำบัดก่อนทิ้ง (%) | 100 | 100 | 100 |
| แนวทางการจัดการน้ำ | ระบบบำบัดของสวนอุตสาหกรรม / Green Area / RO Rejected Water Recycle | ||
| โรงไฟฟ้า สหโคเจน กรีน | |||
| ปริมาณน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต (m3) | 57,221.00 | 355,857.01 | 38,1016.82 |
| สัดส่วนปริมาณน้ำดิบ (withdrawal) / MWh (net) หรือปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วย (Water intensity) | 5.36 | 5.34 | 5.10 |
| ร้อยละของน้ำเสียที่ได้รับการบำบัดก่อนทิ้ง (%) | 100 | 100 | 100 |
| แนวทางการจัดการน้ำ | ระบบบำบัดของสวนอุตสาหกรรม / Green Area | ||
| โรงไฟฟ้า สหกรีน ฟอเรสท์ | |||
| ปริมาณน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต (m3) | 448,220.00 | 391,445.67 | 396,084.00 |
| สัดส่วนปริมาณน้ำดิบ (withdrawal) / MWh (net) หรือปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วย (Water intensity) | 7.93 | 4.68 | 4.18 |
| ร้อยละของน้ำเสียที่ได้รับการบำบัดก่อนทิ้ง (%) | - | - | - |
| แนวทางการจัดการน้ำ | zero discharge | ||
เป้าหมายเชิงปริมาณ ปี 2568
เป้าหมายเชิงคุณภาพ (ไม่ใช้เชิงปริมาณ)
- ลดการพึ่งพาน้ำใหม่
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ
- ส่งเสริมการใช้น้ำหมุนเวียน
- ติดตามผลการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง
- บริหารความเสี่ยงด้านน้ำในแต่ละพื้นที่
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน)
| เป้าหมายเชิงคุณภาพ ปี 2568 | ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|---|---|
| 1. ลดการพึ่งพาแหล่งน้ำใหม่ในกระบวนการผลิต | ดำเนินโครงการ RO Rejected Water Recycle โดยนำน้ำจากกระบวนการ Reverse Osmosis กลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อลดความต้องการใช้น้ำใหม่ |
| 2. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในกระบวนการผลิต | เพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนน้ำในระบบหล่อเย็น เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ |
| 3. ลดการสูญเสียน้ำในระบบการผลิต | ตรวจสอบระบบท่ออย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการรั่วไหลและลดการสูญเสียน้ำ |
| 4. ส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ | นำน้ำที่ผ่านกระบวนการ RO กลับมาใช้ประโยชน์ภายในระบบการผลิต |
บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด
| เป้าหมายเชิงคุณภาพ ปี 2568 | ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|---|---|
| 1. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในกระบวนการผลิต | ดำเนินมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำในกระบวนการผลิต |
| 2. ส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ | ส่งเสริมการใช้น้ำซ้ำและการนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อลดความต้องการใช้น้ำใหม่ |
| 3. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ | บริหารจัดการน้ำร่วมกับระบบสาธารณูปโภคของสวนอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการจัดการน้ำอย่างเหมาะสม |
บริษัท สหกรีน ฟอเรสท์ จำกัด
| เป้าหมายเชิงคุณภาพ ปี 2568 | ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|---|---|
| 1. เสริมสร้างความมั่นคงของแหล่งน้ำสำหรับกระบวนการผลิต | มีอ่างเก็บน้ำขนาด 40 ไร่ ความจุประมาณ 370,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อสำรองน้ำสำหรับการดำเนินงาน |
| 2. ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ | ดำเนินการจัดการน้ำผ่านระบบบ่อดักตะกอนและบ่อเก็บน้ำหลัก |
| 3. ลดการระบายน้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อม | ดำเนินงานตามแนวทาง Zero Discharge เพื่อลดการระบายน้ำทิ้งออกนอกพื้นที่ |
| 4. ส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ | นำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า เพื่อลดการใช้น้ำจากแหล่งใหม่ |
เป้าหมายในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่มีระดับ ความเครียดด้านน้ำพื้นฐาน ตั้งแต่ระดับสูงขึ้นไป โดยอ้างอิงผลการประเมินจาก WRI Aqueduct Water Risk Atlas เพื่อใช้ประกอบการกำหนดเป้าหมายและมาตรการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
ผลการดำเนินงานเทียบเป้าหมาย ปี 2568
สัดส่วนผลการดำเนินงานรายพื้นที่ ประจำปี 2568
| พื้นที่ดำเนินงาน | ระดับความเครียดด้านน้ำ | เป้าหมายปี 2568 (ลบ.ม.) | ผลการดำเนินงาน (ลบ.ม.) | เทียบกับเป้าหมาย | สัดส่วนของผลการดำเนินงานรวม | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| โรงไฟฟ้าราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี |
สูง
|
60,000 | 88,247 | +47.1% | 53.7% | บรรลุ |
| โรงไฟฟ้าสหโคเจน กรีน |
สูงมาก
|
54,000 | 52,878 | -2.1% | 32.2% | ติดตาม |
| โรงไฟฟ้าสหกรีน ฟอเรสท์ |
สูงมาก
|
20,000 | 23,266 | +16.3% | 14.2% | บรรลุ |
| รวมกลุ่มบริษัท | - | 134,000 | 164,391 | +22.7% | 100% | - |
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
การจัดการน้ำอย่างยั่งยืนของกลุ่มราชพัฒนามีการวางแผนและดำเนินการที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรน้ำ การลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ และการปรับปรุงการใช้ทรัพยากรน้ำในกระบวนการผลิต ซึ่งทั้งนี้สามารถวิเคราะห์ได้ว่า มีความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจดังนี้

| 1. ปัญหาการขาดแคลนน้ำ แม้ว่าจะมีการจัดสรรน้ำจากแหล่งที่เฉพาะเจาะจงและการเก็บน้ำสำรอง แต่ในบางพื้นที่ เช่น โรงไฟฟ้า ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี ที่ใช้น้ำจากแหล่งที่ครอบคลุมหลายจังหวัด ยังมีความเสี่ยงในกรณีที่เกิดปัญหาภัยแล้ง หรืออุทกภัยในพื้นที่ที่อาจกระทบกับแหล่งน้ำหลัก จึงต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือในภาวะวิกฤติ |
1. การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การดำเนินโครงการ RO Rejected Water Recycle และการสร้างบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อเก็บน้ำสำรองแสดงถึงความพยายามในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการใช้น้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถเป็นโอกาสทางธุรกิจในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการจัดการน้ำ และเปิดช่องทางในการจำหน่ายหรือให้บริการด้านการบำบัดน้ำแก่ธุรกิจอื่นๆ |
| 2. การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐาน: บริษัทต้องรักษาความสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายในเรื่องของคุณภาพน้ำที่ปล่อยออกจากกระบวนการผลิต เช่น การควบคุมอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น ไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม |
2. การลดต้นทุน การใช้เทคโนโลยีหมุนเวียนน้ำและการรีไซเคิลน้ำภายในกระบวนการผลิตช่วยลดการใช้น้ำดิบจากแหล่งสาธารณะ ซึ่งสามารถลดต้นทุนการใช้น้ำทิ้งและน้ำดิบได้ นอกจากนี้ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสียได้อีกทางหนึ่ง |
| 3. ต้นทุนการลงทุน การลงทุนในระบบบำบัดน้ำและโครงการต่างๆ เช่น ระบบ RO Rejected Water Recycle หรือการสร้างบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีค่าใช้จ่ายสูงในระยะแรก การบริหารจัดการงบประมาณและการคาดการณ์ผลตอบแทนจากการลงทุนจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย |
3. ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชน การร่วมมือกับภาครัฐ เช่น กรมชลประทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างข้อตกลงการจัดหาน้ำสำรองสามารถเป็นโอกาสในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาว ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงและการขยายธุรกิจในอนาคต |
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
การดำเนินงานเพื่อลดการใช้น้ำ
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มุ่งบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้น้ำ ลดการพึ่งพาน้ำจากภายนอก และเพิ่มการหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ โดยประยุกต์หลัก Reduce–Reuse–Recycle (3Rs) ตลอดกระบวนการดำเนินงาน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ การตรวจสอบและป้องกันการรั่วไหล รวมถึงการติดตามปริมาณการใช้น้ำและคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
บริษัทฯ กำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ดำเนินงาน โดยคำนึงถึง ความแตกต่างด้านภูมิศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ แหล่งน้ำ ความเพียงพอของทรัพยากรน้ำ ระบบสาธารณูปโภค และระดับความเสี่ยงด้านน้ำของแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปกำหนดมาตรการที่เหมาะสมทั้งในระดับพื้นที่ (Site-specific Actions) และระดับองค์กร (Company-wide Actions) ครอบคลุมการลดการใช้น้ำใหม่ การใช้น้ำซ้ำและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำในกระบวนการผลิต การตรวจสอบและป้องกันการรั่วไหล ตลอดจนการเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของแหล่งน้ำและการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ส่งเสริม การมีส่วนร่วมของพนักงานในการอนุรักษ์น้ำและการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า ผ่านการสื่อสารและการรณรงค์สร้างความตระหนัก รวมถึงสนับสนุนให้แต่ละหน่วยงานมีส่วนร่วมในการติดตามการใช้น้ำ ตรวจสอบความผิดปกติและการรั่วไหล ตลอดจนค้นหาโอกาสในการลดการใช้น้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริม วัฒนธรรมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร
ควบคู่กันนี้ บริษัทฯ นำผลการ ประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ (Water Risk Assessment) ข้อมูลเฉพาะพื้นที่ และสถานการณ์แหล่งน้ำที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบการวางแผนและกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ พร้อมติดตามปริมาณการใช้น้ำ คุณภาพน้ำ และประสิทธิผลของมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาทบทวนและปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดความเสี่ยงต่อการดำเนินงาน และเสริมสร้าง ความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) เพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว
มาตรการระดับพื้นที่ดำเนินงาน
แต่ละพื้นที่ดำเนินงานมีมาตรการที่เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและลดการพึ่งพาน้ำจากภายนอก
โรงไฟฟ้าราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี
โรงไฟฟ้าสหโคเจน กรีน
โรงไฟฟ้าสหกรีน ฟอเรสท์
มาตรการระดับองค์กร
เราดำเนินมาตรการในระดับองค์กร เพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่ดำเนินงาน
ติดตามและประเมินผลการใช้น้ำและคุณภาพน้ำ เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของมาตรการที่ดำเนินการ นำผลการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำมาใช้ในการวางแผนมาตรการป้องกันและลดผลกระทบในแต่ละพื้นที่ดำเนินงาน
การประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ดำเนินงาน โดยพิจารณาทั้ง ความเสี่ยงในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต เพื่อทำความเข้าใจระดับความกดดันต่อทรัพยากรน้ำในพื้นที่ และสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสมบริษัทฯ ใช้ WRI Aqueduct Water Risk Atlas เป็นเครื่องมือในการประเมินระดับ Baseline Water Stress และแนวโน้ม Future Water Stress ของพื้นที่ดำเนินงาน ร่วมกับข้อมูลบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น แหล่งน้ำที่ใช้ ปริมาณการใช้น้ำ สถานการณ์น้ำ และมาตรการบริหารจัดการน้ำของโรงไฟฟ้า
ระดับความเครียดด้านน้ำพื้นฐาน
ผลการประเมินนี้สะท้อนระดับความเครียดด้านน้ำในระดับลุ่มน้ำ (Basin-level) ตามเกณฑ์ของ WRI Aqueduct ไม่ใช่ปริมาณการใช้น้ำของบริษัทโดยตรง
ผลการประเมินถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการ กำหนดเป้าหมาย มาตรการลดความเสี่ยง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และการเตรียมความพร้อมต่อภาวะขาดแคลนน้ำในระยะยาว
การดำเนินงานในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ (Water Stress)
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีความรับผิดชอบ โดยประเมินระดับความเครียดด้านน้ำของพื้นที่ดำเนินงานด้วย WRI Aqueduct Water Risk Atlas เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำทั้งในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ผลการประเมิน Baseline Water Stress พบว่า สถานประกอบการที่อยู่ในขอบเขตการประเมินทั้ง 3 แห่ง หรือคิดเป็น 100% ของสถานประกอบการที่ได้รับการประเมิน ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำระดับ High หรือสูงกว่า โดยโรงไฟฟ้าราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จังหวัดชลบุรี จำนวน 1 แห่ง หรือ 33.33% อยู่ในระดับ High (40–80%) ขณะที่โรงไฟฟ้าสหโคเจน กรีน จังหวัดลำพูน และโรงไฟฟ้าสหกรีน ฟอเรสท์ จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 2 แห่ง หรือ 66.67% อยู่ในระดับ Extremely High (>80%) สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีการดำเนินงานในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำและให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทนำผลการประเมินมาใช้ประกอบการกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ การลดการใช้น้ำ การนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำและหมุนเวียนกลับมาใช้ ตลอดจนการติดตามและประเมินผลการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำ ลดความเสี่ยงจากภาวะความเครียดและการขาดแคลนน้ำ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจร่วมกับชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน
| พื้นที่ตั้งโครงการ | ระดับความเครียดด้านน้ำพื้นฐาน (ปัจจุบัน) | ปี 2566 (BAU) | ปี 2593 (BAU) | ปี 2593 (Pessimistic) |
|---|---|---|---|---|
|
ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี
จังหวัดชลบุรี
|
สูง
|
สูง
|
สูง
|
สูงมาก
|
|
สหโคเจน กรีน
จังหวัดลำพูน
|
สูงมาก
|
สูงมาก
|
สูงมาก
|
สูงมาก
|
|
สหกรีน ฟอเรสท์
จังหวัดกำแพงเพชร
|
สูงมาก
|
สูงมาก
|
สูงมาก
|
สูงมาก
|
หมายเหตุ:
- ระดับสูง (High): 40–80%
- ระดับสูงมาก (Extremely High): มากกว่า 80%
การใช้น้ำในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ประเมินระดับความเครียดด้านน้ำของพื้นที่ดำเนินงานโดยใช้ WRI Aqueduct Water Risk Atlas ผลการประเมินพบว่า โรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ที่อยู่ในขอบเขตการประเมินตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับ Baseline Water Stress ตั้งแต่ High ถึง Extremely High โดยในปี 2568 มีปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิตรวม 2,160,085.82 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดเป็น 100% ของปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิตทั้งหมด
| พื้นที่ดำเนินงาน | ระดับความเครียดด้านน้ำ | ปริมาณการใช้น้ำ ปี 2568 (ลบ.ม.) | สัดส่วนของปริมาณการใช้น้ำรวม |
|---|---|---|---|
| ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จ.ชลบุรี |
สูง
|
1,425,985.00 | 66.02% |
| สหโคเจน กรีน จ.ลำพูน |
สูงมาก
|
338,016.82 | 15.65% |
| สหกรีน ฟอเรสท์ จ.กำแพงเพชร |
สูงมาก
|
396,084.00 | 18.34% |
| รวม | 2,160,085.82 | 100% | |
การบริหารจัดการความเสี่ยงและการลงทุนด้านน้ำ
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ และลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดหาแหล่งน้ำที่มีความมั่นคง การสำรองน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ การบำบัดน้ำเสีย และการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่
ในปี 2568 โรงไฟฟ้าราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี มีปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิต 1,425,985 ลูกบาศก์เมตร และสามารถนำน้ำจากระบบ RO กลับมาใช้ใหม่ได้ 88,246.70 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นการลดการใช้น้ำจากการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ประมาณ 6% สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 4% ขณะที่น้ำเสียได้รับการบำบัดก่อนปล่อยร้อยละ 100 Ratch Pathana Energy
นอกจากนี้ บริษัทดำเนินมาตรการสร้างความมั่นคงด้านน้ำในแต่ละพื้นที่ เช่น การจัดทำสัญญาจัดหาน้ำระยะยาวและแหล่งน้ำสำรอง ตลอดจนการจัดทำบ่อกักเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าชีวมวลสหกรีน ฟอเรสท์ ขนาดประมาณ 40 ไร่ ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 370,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
กลุ่มราชพัฒนาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ และส่งเสริมการจัดการมลพิษทางอากาศ น้ำและน้ำเสีย และของเสียอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาแนวทางและนวัตกรรมที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
| หมวดต้นทุน | รวม 3 บริษัท (บาท) |
|---|---|
| การควบคุมมลพิษทางอากาศ | 1,640,210 |
| การจัดการน้ำและน้ำเสีย | 9,709,308 |
| การจัดการของเสีย | 268,356 |
| รวมทั้งหมด | 11,617,874 |
หมายเหตุ: ข้อมูลต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมข้างต้นเป็นการคำนวณจากข้อมูลที่รวบรวมได้ของบริษัทและบริษัทย่อย ประจำปี 2568 โดยยังไม่ครอบคลุมต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมด เนื่องจากข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการรวบรวมและยังไม่ได้นำมารวมในการคำนวณ
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
คู่ค้า
ชุมชนและสังคม
พนักงาน
ผู้ถือหุ้น
ลูกค้า
ภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแล ที่เกี่ยวข้อง
การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ตระหนักว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีระดับความเครียดด้านน้ำ (Water Stress) สูง บริษัทฯ จึงนำผลการประเมินจาก WRI Aqueduct Water Risk Atlas มาใช้ประกอบการกำหนดแนวทางบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการวางแผนการมีส่วนร่วมกับพนักงาน ลูกค้า คู่ค้าและผู้รับเหมา ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนหน่วยงานและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่
การดำเนินงานมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักและการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์และความเสี่ยงด้านน้ำ การส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการใช้น้ำใหม่ การนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำและหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นและข้อกังวลจากผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อนำมาประกอบการกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับบริบทและความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่

1. ความร่วมมือกับลูกค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ
บริษัทฯ ส่งเสริมความร่วมมือกับลูกค้าในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำ โดยนำน้ำควบแน่น (Condensate Water) จากการใช้ไอน้ำของลูกค้า บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กลับมาใช้ประโยชน์ภายในโรงไฟฟ้าอีกครั้ง น้ำดังกล่าวเกิดจากไอน้ำที่ผ่านการใช้งานและมีอุณหภูมิลดลงจนเปลี่ยนสถานะกลับเป็นน้ำ ก่อนนำกลับมาใช้ในกระบวนการหล่อเย็น (Cooling Process) แนวทางดังกล่าวช่วยลดความต้องการใช้น้ำใหม่ ลดการสูญเสียทรัพยากรน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภายในกระบวนการผลิต ตลอดจนสนับสนุนแนวทาง Water Reuse และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

2. ความร่วมมือภายในสวนอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้น้ำหมุนเวียน
โรงไฟฟ้าสหโคเจน กรีน – การนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่สีเขียว
โรงไฟฟ้าสหโคเจน กรีน บริหารจัดการน้ำที่เหลือจากกระบวนการผลิต โดยส่งเข้าสู่ ระบบบำบัดน้ำของสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน เมื่อน้ำผ่านกระบวนการบำบัดตามมาตรฐานแล้ว จะถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์สำหรับการรดน้ำและดูแลพื้นที่สีเขียวของบริษัทต่าง ๆ ภายในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือระหว่างโรงไฟฟ้ากับผู้บริหารพื้นที่อุตสาหกรรมในการหมุนเวียนทรัพยากรน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ ช่วยลดความต้องการใช้น้ำใหม่สำหรับการดูแลพื้นที่สีเขียว และสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันภายในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

3. ความร่วมมือกับชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ
ในปี 2568 บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่จังหวัดลำพูน ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร โดยเข้าร่วมกิจกรรม ปลูกหญ้าแฝกบริเวณริมลำเหมืองร่องห้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศในระดับพื้นที่
การดำเนินงานดังกล่าวสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำและระบบนิเวศในหลายมิติ ได้แก่
- การป้องกันน้ำท่วม: สนับสนุนการดูแลและฟื้นฟูพื้นที่บริเวณลำเหมือง เพื่อช่วยรักษาประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน
- การเสริมสร้างความมั่นคงด้านน: สนับสนุนความสามารถในการกักเก็บความชื้นในดินและน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อภาคการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง และช่วยเสริมความมั่นคงทางอาหารของชุมชน
- การอนุรักษ์ดินและระบบนิเวศริมแหล่งน้ำ: ช่วยลดการพังทลายของดินและตลิ่ง เพิ่มความสามารถในการรักษาความชื้นของดิน และสนับสนุนการรักษาสมดุลของระบบนิเวศบริเวณแหล่งน้ำ
บริษัทฯ มุ่งส่งเสริมความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าและในพื้นที่ดำเนินงาน เพื่อร่วมกันลดผลกระทบและความเสี่ยงจากภาวะความเครียดและการขาดแคลนน้ำ พร้อมสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงทั้งความต่อเนื่องทางธุรกิจ ความต้องการใช้น้ำของชุมชน และความสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่ดำเนินงาน