SCG

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 7:
พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
เป้าหมายที่ 8:
งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เป้าหมายที่ 12:
การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 13:
การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

โรงไฟฟ้า ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี

พลังงานความร้อน ในกระบวนการผลิต
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานความร้อน 5,000 MMBTU คิดเป็น 0.1%
ผลการดำเนินงาน
การใช้พลังงานความร้อน 211,078 MMBTU เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ ส่งผลให้ใช้พลังงาน เพิ่มขึ้น %
ไฟฟ้าในกระบวนการผลิต
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 500 MWh คิดเป็น 2.6%
ผลการดำเนินงาน
การใช้พลังงานไฟฟ้า 799 MWh เนื่องจากเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ส่งผลให้ใช้ไฟฟ้า เพิ่มขึ้น %
ไฟฟ้าในสำนักงาน
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 10 MWh คิดเป็น 2%
ผลการดำเนินงาน
การใช้พลังงานไฟฟ้า 94.49 MWh การใช้ไฟฟ้า ลดลง %

โรงไฟฟ้า สหโคเจน กรีน

พลังงานความร้อน ในกระบวนการผลิต
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานความร้อน 2,757 MMBTU คิดเป็น 0.22%
ผลการดำเนินงาน
การใช้พลังงานความร้อน 211,078 MMBTU เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ ส่งผลให้ใช้พลังงาน เพิ่มขึ้น %
ไฟฟ้าในกระบวนการผลิต
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 500 MWh คิดเป็น 2.6%
ผลการดำเนินงาน
การใช้พลังงานไฟฟ้า 799 MWh เนื่องจากเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ส่งผลให้ใช้ไฟฟ้า เพิ่มขึ้น %
ไฟฟ้าในสำนักงาน
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 2.54 MWh คิดเป็น 2%
ผลการดำเนินงาน
การใช้พลังงานไฟฟ้า 8.86 MWh การใช้ไฟฟ้า ลดลง %

โรงไฟฟ้า สหกรีน ฟอเรสท์

พลังงานความร้อน ในกระบวนการผลิต
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานความร้อน 24,748 MMBTU คิดเป็น 2.30%
ผลการดำเนินงาน
การใช้พลังงานความร้อน 21,510 MMBTU ใช้พลังงาน เพิ่มขึ้น %
ไฟฟ้าในกระบวนการผลิต
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 146 MWh คิดเป็น 2.28%
ผลการดำเนินงาน
การใช้พลังงานไฟฟ้า 46.94 MWh ลดการใช้ไฟฟ้า %
ไฟฟ้าในสำนักงาน
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 2.12 MWh คิดเป็น 2%
ผลการดำเนินงาน
การใช้พลังงานไฟฟ้า 27.61 MWh ลดการใช้ไฟฟ้า %
หมวด RPE SGN SGF
เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ลดการใช้พลังงานความร้อนในกระบวนการผลิต 5,000 MMBTU คิดเป็น 0.10% จากปีฐาน 2567 211,078 MMBTU คิดเป็น 4% จากปีฐาน 2567 2,757 MMBTU คิดเป็น 0.22% จากปีฐาน 2567 เพิ่มขึ้น 84,708 MMBTU คิดเป็น +5.4% จากปีฐาน 2567 24,748 MMBTU คิดเป็น 2.30% จากปีฐาน 2567 เพิ่มขึ้น +21,510 MMBTU คิดเป็น +2.23 % จากปีฐาน 2567
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิต 500 MWh คิดเป็น 2.60% จากปีฐาน 2567 779 MWh คิดเป็น 4.00% จากปีฐาน 2567 3.93 MWh คิดเป็น 0.04% จากปีฐาน 2567 เพิ่มขึ้น 67.47 MWh คิดเป็น +0.7% เทียบสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าปีฐาน 2567 146 MWh คิดเป็น 2.28% จากปีฐาน 2567 ลดลง 46.94 MWh คิดเป็น - 0.80 % จากปีฐาน 2567
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในสำนักงาน 10 MWh คิดเป็น 2.00% จากปีฐาน 2567 94.49 MWh คิดเป็น 16.00% จากปีฐาน 2567 2.54 MW คิดเป็น 2.00 % จากปีฐาน 2567 ใช้ไฟลดลง 8.86 MWh คิดเป็น 6.98% จากปีฐาน 2567 2.12 MW คิดเป็น 2.00 % จากปีฐาน 2567 ลดลง 27.61 MWh คิดเป็น 26.05% จากปีฐาน 2567

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

การจัดการพลังงานในภาคอุตสาหกรรมเป็นความท้าทายที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทต้องบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงาน ซึ่งมีความผันผวนและอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมพลังงานทำให้จำเป็นต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีและกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนสูง ทั้งในด้านเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ อีกทั้งยังต้องเผชิญกับข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยังเปิดโอกาสสำคัญให้กับบริษัทในการพัฒนาและขยายโครงการพลังงานหมุนเวียน การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยบริหารจัดการพลังงานจะเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน นอกจากนี้ การขยายความร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศสามารถช่วยให้บริษัทได้รับการสนับสนุนและเงินทุนในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด แนวโน้มของตลาดยังเอื้อต่อบริษัทที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ใช้พลังงานสะอาดเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน การดำเนินงานที่มุ่งสู่พลังงานสะอาดจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัท และดึงดูดนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับปัจจัย ESG (Environmental, Social, and Governance)

ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการพลังงานโดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร โดยบริษัทได้จัดตั้งคณะทำงานด้านพลังงานที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลและติดตามผลการดำเนินงานด้านพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้พลังงานเป็นไปตามนโยบายที่กำหนดและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

บริษัทมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงาน โดยการส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการลดการใช้พลังงาน และให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและมาตรการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ผ่านการจัดฝึกอบรมและโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงาน บริษัทได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลด้านพลังงานแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์แนวโน้มการใช้พลังงาน และคาดการณ์ปริมาณพลังงานที่ต้องการใช้ได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้สามารถปรับกลยุทธ์การจัดการพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการผลิต การใช้พลังงานหมุนเวียน และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตให้สอดคล้องกับแนวทางอนุรักษ์พลังงาน โดยมาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน แต่ยังช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดพลังงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารจัดการพลังงานของบริษัทไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท และเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจในการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการพลังงานผ่านมาตรการสำคัญ
  • การจัดตั้งคณะทำงานด้านพลังงานเพื่อติดตามผลการดำเนินงาน

  • การกำหนดเป้าหมายและนโยบายอนุรักษ์พลังงาน

  • การจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงการประหยัดพลังงาน

  • การส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าในองค์กร

  • การฝึกอบรมและสร้างความตระหนักให้แก่พนักงานทุกระดับ

  • การนำระบบตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลพลังงานแบบเรียลไทม์มาใช้ในการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้า
คู่ค้า
พนักงาน
ชุมชนและสังคม
ผู้ถือหุ้น
ภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการด้านความยั่งยืน