สิทธิมนุษยชน
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 1:
เป้าหมายที่ 5:
เป้าหมายที่ 10:
เป้าหมายและผลการดำเนินงานปี 2568
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในทุกภาคส่วนของการดำเนินธุรกิจ เราเชื่อว่าการปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเท่าเทียมและปราศจากการเลือกปฏิบัติเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน ดังนั้น บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานและสื่อสารให้กับพนักงาน คู่ค้า พันธมิตรธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ได้มีมติอนุมัตินโยบายสิทธิมนุษยชน ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 เพื่อเป็นคํามั่นว่าจะยึดถือปฏิบัติ สนับสนุน และส่งเสริมการเคารพและปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนที่เกี่ยวข้องในการดําเนินงานของบริษัท ให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศ หลักสิทธิมนุษยชนสากล และหลักปฏิบัติที่ดี ครอบคลุมถึงปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Universal Declaration of Human Rights : UDHR) หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGPs) กรอบความร่วมมือการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Principles of the United Nations Global Compact : UNGC) ปฏิญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ
นอกจากนี้บริษัทยังสนับสนุนให้คู่ค้าและพันธมิตรธุรกิจ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียรับทราบนโยบายสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นหลักในการปฏิบัติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ดังนี้
การกำกับดูแลและการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ได้กำหนดกรอบการกำกับดูแลและการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ สอดคล้องกับนโยบายสิทธิมนุษยชนและความมุ่งมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชน
คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนในระดับองค์กร รวมถึงให้ความเห็นชอบนโยบายและแนวทางที่เกี่ยวข้อง และติดตามประเด็นและผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ขณะที่ ผู้บริหารระดับสูง มีหน้าที่ผลักดันการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ติดตามความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน และดูแลให้มีการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิผล
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานทรัพยากรบุคคล หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานจัดซื้อและบริหารคู่ค้า คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน และหน่วยงานปฏิบัติการ/หน่วยงานพื้นที่ มีหน้าที่บูรณาการหลักการด้านสิทธิมนุษยชนเข้ากับการดำเนินงานภายในขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน
ทรัพยากรในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
การดำเนินงานและการติดตามผล
บริษัทฯ ทบทวนบทบาท หน้าที่ และทรัพยากรที่จัดสรรสำหรับการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงมีความเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง ลักษณะของธุรกิจ และการเปลี่ยนแปลงของบริบทการดำเนินงาน
โครงสร้างการกำกับดูแลและการจัดสรรทรัพยากรด้านสิทธิมนุษยชน
| หน่วยงาน/ผู้รับผิดชอบ | บทบาทและความรับผิดชอบ | ทรัพยากรที่กำกับดูแล |
|---|---|---|
คณะกรรมการบริษัท |
กำกับดูแลสูงสุดด้านสิทธิมนุษยชน อนุมัตินโยบายและกรอบการดำเนินงาน รวมถึงรับทราบประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ (Salient Human Rights Issues) ความเสี่ยง การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ และผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ผ่านรายงานจากคณะกรรมการชุดย่อย |
กำกับดูแลนโยบาย งบประมาณ และทรัพยากรโดยรวมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน |
คณะกรรมการธรรมาภิบาลและบริหารความเสี่ยง |
กำหนดและทบทวนนโยบาย กรอบการบริหารจัดการ และตัวชี้วัดด้านสิทธิมนุษยชน กำกับติดตามผลการประเมิน Human Rights Due Diligence (HRDD) การจัดการข้อร้องเรียน และมาตรการบริหารความเสี่ยง พร้อมรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัท |
พิจารณาความเหมาะสมของงบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน |
คณะกรรมการความยั่งยืน |
ติดตามผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน และบูรณาการประเด็นสิทธิมนุษยชนเข้ากับกลยุทธ์ ESG และเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร รวมถึงเสนอแนวทางพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง |
ติดตามประสิทธิผลของการใช้ทรัพยากรและผลลัพธ์จากการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย |
คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน |
ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงาน จัดทำ Human Rights Due Diligence (HRDD) ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย บริหารจัดการข้อร้องเรียน จัดอบรมและสื่อสารสร้างความตระหนัก ติดตามผลการดำเนินงาน และรายงานต่อคณะกรรมการธรรมาภิบาลและบริหารความเสี่ยง |
ใช้งบประมาณ บุคลากร เครื่องมือ และระบบสนับสนุนในการดำเนินกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน การฝึกอบรม การประเมินความเสี่ยง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย และการบริหารจัดการข้อร้องเรียน |
กระบวนการตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
บริษัทสนับสนุนให้คู่ค้าและพันธมิตรธุรกิจ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียรับทราบนโยบายสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นหลักในการปฏิบัติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ในปี 2567 คณะกรรมการธรรมาภิบาลและบริหารความเสี่ยง ครั้งที่ 5/2567 วันที่ 26 มิถุนายน 2567 ได้อนุมัติคู่มือสิทธิมนุษยชนของกลุ่มราชพัฒนา โดยมีกำหนดขอบเขตการประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนทั้งที่เกิดขึ้นแล้ว และมีโอกาสเกิดตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ทั้งกิจกรรมทางตรงที่บริษัทดำเนินการเอง และทางอ้อมผ่านการดำเนินการของคู่ค้า ผู้รับเหมา ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการร่วมกระทำความผิดในการละเมิดสิทธิ รวมทั้งกระบวนการสอบสวนการกระทำผิดและการทุจริต มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และการเยียวยา
กระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence Process)
การกำหนดขอบเขตการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบทางด้านสิทธิมนุษยชน
การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบทางด้านสิทธิมนุษยชน มีการกำหนดขอบเขตการประเมิน จะทำให้ผู้บริหารรับทราบถึงแนวโน้มของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท โดยข้อมูลต่าง ๆ จะแสดงถึงขอบเขตของการเก็บข้อมูลพื้นฐานและการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการกำหนดขอบเขตการประเมินสามารถทำได้โดยอาศัยวิธีการดังต่อไปนี้
การทบทวนประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันผ่านแหล่งข้อมูลพื้นฐาน เช่น ผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่เผยแพร่ต่อสาธารณชน ได้แก่ เว็บไซต์ รายงานความยั่งยืนของบริษัทอื่น และการจัดการสิทธิมนุษยชนของ บมจ.ราชกรุ๊ป และบริษัทชั้นนำอื่น ๆ
ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนจากการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของอุตสาหกรรมน้ำมัน และก๊าซ และอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค
| สิทธิแรงงาน | สายโซ่อุปทาน | สิทธิชุมชน | สิทธิลูกค้า | ความมั่นคงปลอดภัย | สิ่งแวดล้อม |
|---|---|---|---|---|---|
|
|
|
|
|
|
ที่มา: 10 ประเด็นหลักด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค
การจัดกลุ่มประเด็นสิทธิมนุษยชนตามประเภทผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
หลังจากการทบทวนข้อมูลจากแหล่งเอกสารเบื้องต้น ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องถูกนำมาจัดกลุ่ม เป็นหัวข้อที่ใกล้เคียงกันเพื่อแสดงให้เห็นขอบเขตของการประเมิน โดยบริษัท แบ่งตามผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่คุณค่าการดำเนินธุรกิจ
| พนักงาน | คู่ค้า/ผู้รับเหมา | ชุมชน | ลูกค้า | ความมั่นคงปลอดภัย |
|---|---|---|---|---|
|
|
|
|
|
การสื่อสารกับคู่ค้าในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีการปรับปรุงจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ของกลุ่มบริษัท ที่ครอบคลุมถึงตัวแทนจำหน่าย โบรกเกอร์ ที่ปรึกษา ผู้รับเหมา และผู้จำหน่ายของผลิตภัณฑ์ หรือบริการ รวมถึงผู้ให้บริการจากภายนอกทุกราย โดยจัดให้ประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนหนึ่งของจรรยาบรรณฯ เพื่อช่วยผลักดันให้คู่ค้าของกลุ่มกลุ่มบริษัทมีการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม การเคารพสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดเป็นส่วนสำคัญของเงื่อนไขทางการค้า และข้อตกลงตามสัญญาที่ใช้ในการพิจารณาคู่ค้า และสื่อสารกับคู่ค้าเพื่อให้รับทราบแนวทางในการดำเนินงานร่วมกับบริษัท
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทได้ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในการดำเนินงานของบริษัท มีการประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับแรงงาน ดังนี้
สภาพการทำงานของพนักงาน
สุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน
การเลือกปฏิบัติ
การล่วงละเมิดต่อพนักงาน
การละเมิดสิทธิ
ความเสมอภาค
เสรีภาพในการสมาคม
การชุมนุม
การเจรจาต่อรองร่วมกันของพนักงาน
การใช้แรงงานผิดกฎหมาย
จากผลการประเมินความเสี่ยงการปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนของพนักงาน กลุ่มบริษัทมีระบบการคัดเลือกพนักงานที่มีมาตรฐานและเป็นธรรม ทั้งการทดสอบข้อเขียน การสอบสัมภาษณ์ เพื่อพิจารณาความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมกับตำแหน่งงานของแต่ละบุคคล โดยบริษัทปฏิบัติตามหลักความเป็นธรรมและเท่าเทียมด้านสิทธิมนุษยชนตามนโยบายสิทธิมนุษยชน และแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน ไม่มีการเลือกปฏิบัติทั้งการแบ่งแยกเพศสภาพ สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา สิทธิทางการเมือง หรือเรื่องใด ตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 นอกจากนี้นบริษัทยังให้โอกาสพนักงานภายในบริษัทที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งที่ว่างก่อน หากไม่มีผู้ผ่านการคัดเลือกจึงจะดำเนินการสรรหาจากบุคคลภายนอก
การบริหารจัดการข้อร้องเรียนและการเยียวยา
บริษัทได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องของการจัดการข้อร้องเรียน และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยกำหนดกลไกการเยียวยาในกรณีที่การดำเนินงานของบริษัท ก่อให้เกิดผลกระทบ ตั้งแต่การขอโทษ การให้ความช่วยเหลือ การฟื้นฟู การชดเชย และ/หรือ รูปแบบอื่นๆ การลงโทษ การป้องกันแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำ
การดำเนินงานของบริษัท ในช่วงระหว่างปี 2566-2568 ไม่มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่มีข้อพิพาทด้านแรงงาน
| หัวข้อ/ปี | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|
| จำนวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน | 0 | 0 | 0 |
| จำนวนข้อพิพาทด้านแรงงาน | 0 | 0 | 0 |
ผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ปี 2568
ในปี 2568 บริษัทประประกาศใช้ใแนวปฏิบัติการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งมีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการไม่เลือกปฏิบัติ ตั้งแต่กระบวนการสรรหาคัดเลือก การบรรจุเป็นพนักงาน การพัฒนา การประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนการให้ผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน การที่จะป้องกันและคุ้มครองพนักงานทุกระดับไม่ให้ถูกเลือกปฏิบัติในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็น การกีดกัน หรือการให้สิทธิพิเศษแก่บุคคลใด บุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง อันเนื่องมาจาก เชื้อชาติ สัญชาติ สีผิว ศาสนา สถานะทางสังคม เพศ เพศสภาพ อายุ ความพิการ แนวคิดทางการเมือง หรือข้อมูลอื่นใดที่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า การปฏิบัติงานและแนวทางการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล จะเป็นไปโดยไม่ขัดต่อนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมาย หรือข้อกำหนดอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการเคารพ คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิเด็ก โดยยึดหลัก ประโยชน์สูงสุดของเด็ก เป็นสำคัญ และคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเด็กและเยาวชนจากการดำเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ บริการ การสื่อสาร ห่วงโซ่อุปทาน และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ โดยมีแนวทางที่สอดคล้องกับหลัก Children’s Rights and Business Principles (CRBP)
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิเด็กในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การไม่เลือกปฏิบัติ การไม่ใช้แรงงานเด็ก การคุ้มครองเด็กจากความรุนแรง การล่วงละเมิด การแสวงหาประโยชน์ และการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสุขภาพ ความปลอดภัย และพัฒนาการของเด็กและเยาวชน บริษัทฯ ไม่ใช้แรงงานเด็กและไม่สนับสนุนการใช้แรงงานเด็กในการดำเนินงาน รวมถึงส่งเสริมให้คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิทธิเด็กและสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ดำเนินกิจกรรมด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์อย่างรับผิดชอบ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ภาพ ข้อมูล หรือเนื้อหาที่อาจละเมิดสิทธิ ใช้ประโยชน์จากความเปราะบาง หรือก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อเด็ก และให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและภาพของเด็ก นอกจากนี้ บริษัทฯ สนับสนุนสิทธิของเด็กและเยาวชนในการเข้าถึง การศึกษา การเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ สุขภาวะ และคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม ผ่านโครงการเพื่อสังคมและกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โครงการมอบทุนการศึกษา การประกวดวาดภาพสำหรับเยาวชน โครงการ อสม.น้อย กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
การดำเนินงานในปี 2568
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดทำ คู่มือการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักศึกษาฝึกงาน เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารและดูแลนักศึกษาฝึกงานให้เป็นมาตรฐาน และเพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติต่อนักศึกษาฝึกงานคำนึงถึงสิทธิ ความปลอดภัย และสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน รวมถึงไม่ขัดต่อกฎหมาย นโยบาย หรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง นักศึกษาฝึกงานได้รับการดูแลและเข้าถึงสวัสดิการที่เหมาะสม เช่น เบี้ยเลี้ยง ประกันอุบัติเหตุ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมของ
บริษัทฯ ได้ตามความเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงและการพัฒนาทักษะสำหรับการทำงานในอนาคต ในปี 2568 บริษัทฯ เปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าร่วมโครงการฝึกงานรวม 5 คน แบ่งเป็นชาย 3 คน และหญิง 2 คน บริษัทฯ ยังจัดให้มี ช่องทางรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแส สำหรับประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสิทธิเด็กและเยาวชน พร้อมดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข และเยียวยาตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึง ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และประโยชน์สูงสุดของเด็ก เป็นสำคัญ
บริษัทให้ความสำคัญในการส่งเสริมสิทธิสตรี และการคุ้มครองแรงงานหญิง โดยไม่ให้พนักงานหญิงทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกาย ตามที่กฎหมายกำหนด และจัดให้พนักงานหญิงที่มีครรภ์ทำงานหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยต่อการมีครรภ์ รวมถึงไม่เลิกจ้าง ลดตำแหน่ง หรือลดสิทธิประโยชน์สวัสดิการต่างๆ ของพนักงานหญิง เพราะเหตุจากการมีครรภ์ ทั้งยังมีการส่งเสริมให้แรงงานหญิงได้มีโอกาสและเข้าถึงการพัฒนาความรู้ความสามารถในการทำงาน รวมถึงได้รับการประเมินสมรรถนะและผลการทำงานตามขั้นตอน เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ โดยไม่เลือกปฏิบัติ
นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญและส่งเสริมสิทธิสตรีในรูปแบบของโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น เช่น โครงการส่งเสริมอาชีพกลุ่มแรงงานสตรี การสนับสนุนกิจกรรมกลุ่มสตรีในชุมชมพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เป็นต้น
บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพนักงานและลูกจ้าง โดยได้กำหนดแนวปฏิบัติการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งมีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับแรงงานกำหนดไว้ว่า "บริษัทจะไม่กระทำหรือสนับสนุนให้มีการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบ และจะไม่เรียกร้องหรือรับเงินประกันจากพนักงาน ไม่ว่าเมื่อเข้าทำงานหรือรับเข้าทำงานแล้ว หรือเป็น เงื่อนไขในการรับเข้าทำงานเว้นแต่กฎหมายยกเว้นไว้รวมทั้งไม่ใช้การลงโทษทางกาย หรือการคุกคาม จากการถูกกระทำรุนแรง หรือรูปแบบอื่นๆ ของการข่มเหงทางกาย เพศ จิตใจ หรือทางวาจา เป็นมาตรการด้านระเบียบวินัยหรือการควบคุม และอีกหลายส่วนในเนื้อหา ที่แสดงถึงการให้เกียรติแรงงานและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งมีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายสิทธิมนุษยชน อย่างการไม่เลือกปฏิบัติและการต่อต้านการล่วงละเมิด เป็นต้น แนวทางยึดปฏิบัติดังกล่าวยังสะท้อนในเชิงสถิติว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ปรากฎข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนและข้อพิพาทด้านแรงงานใดๆ
บริษัทมีระบบบริหารค่าตอบแทนที่ยึดหลักความยุติธรรมและเท่าเทียม ให้เกิดความเป็นธรรมทั้งภายในและสามารถแข่งขันได้กับธุรกิจภายนอก รวมทั้งยึดหลักการจ่ายค่าตอบแทนที่เชื่อมโยงกับผลสำเร็จของงาน มีการประเมินค่างาน บริหารผลการปฏิบัติงาน และใช้ระบบโครงสร้างเงินเดือนในการบริหารเงินเดือนของพนักงาน สำหรับการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ นอกจากเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทยังมีการพิจารณาจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี เสริมสร้างความมั่นคง ปลอดภัย สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมขวัญและกำลังใจในการทำงานให้กับพนักงาน ทั้งนี้แนวทางการบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการเป็นไปตาม แนวปฏิบัติการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของบริษัท
บริษัทมีการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงานของลูกจ้าง และเพื่อส่งเสริมเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงานที่ไม่มากเกินไปตามแนวคิด การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance) บริษัทได้กำหนดเวลาทำงานปกติ 8 ชั่วโมงต่อวัน และการทำงานล่วงเวลา (OT) ควรเป็นไปตามความจำเป็นและได้รับการอนุมัติจากผู้บริหาร ทั้งยังมีการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยลดภาระงานและลดชั่วโมงการทำงานที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังมีแนวนโยบายที่สนับสนุนรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่น การทำงานแบบ Hybrid ตามความเหมาะสม เพื่อลดระยะทางและเวลาการเดินทางมาทำงานของพนักงานและเลือกสถานที่ทำงานได้เองอย่างอิสระในบางครั้ง โดยพิจารณาการทำงานจากผลลัพธ์แทนการจับเวลา ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าจากการทำงาน (Burnout) และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานนั่นเอง
บริษัทมีการส่งเสริมการเคารพและยอมรับความหลากหลาย ไม่มีการกีดกั้นและเลือกปฏิบัติไม่ว่าด้านใด มีการยอมรับและปฏิบัติอย่างเท่าเทียมเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศสภาพ (LTBGQ+) ตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัครจนถึงการบรรจุเป็นพนักงาน และยังเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิด โดยเปิดรับข้อร้องเรียน คำแนะนำ หรือการรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทผ่านทางช่องทางต่างๆ ที่หลากหลาย ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกสามารถเข้าถึงได้
ในปี 2568 บริษัทได้มีการจัดฝึกอบรมหลักสูตร "ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน" โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะจากกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้กับพนักงานในทุกพื้นที่ ซึ่งในหัวข้อการอบรมนอกจากมีการให้ความรู้เรื่อง สิทธิ หน้าที่ ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจแล้ว ยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการการกลั่นแกล้งคุกคามซึ่งเป็นความรู้ที่เกี่ยวเนื่องด้านสิทธิมนุษยชนด้วย ซึ่งมีพนักงานทุกระดับ ทั้งระดับจัดการและระดับปฏิบัติการเข้าร่วมอบรม รวม 122 คน คิดเป็น 61% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด
การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียและกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยเปิดโอกาสให้พนักงาน ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ คู่ค้า ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับทราบข้อมูล และสะท้อนข้อกังวลหรือข้อเสนอแนะที่อาจเกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินธุรกิจ
บริษัทฯ ใช้ช่องทางและรูปแบบการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม เช่น การประชุมรับฟังความคิดเห็น การประชุมคณะกรรมการชุมชน การเปิดพื้นที่ให้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงาน การให้ความรู้และสร้างความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนช่องทางรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะ โดยข้อมูลและข้อคิดเห็นที่ได้รับจะนำมาประกอบการประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ และการปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน กิจกรรมเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า และส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำความเข้าใจผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างโปร่งใส
วันจัดกิจกรรม
23–24 ธันวาคม 2568
ผู้เข้าร่วม
31 ชุมชน
กลุ่มผู้เข้าร่วมหลัก
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนโดยรอบ




สร้างความเข้าใจ ร่วมกันพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ในปี 2568 บริษัทฯ จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและตัวแทนจาก 31 ชุมชนโดยรอบ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในประเด็น “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน” ครอบคลุมสิทธิของชุมชน สุขภาพและความปลอดภัย สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต รวมถึงบทบาทของภาคธุรกิจในการเคารพสิทธิมนุษยชน การป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัทฯ
เปิดพื้นที่การเรียนรู้ ร่วมกันรับฟัง และแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์
การให้ความรู้
บริษัทฯ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน มาตรการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการดูแลชุมชนและสังคมโดยรอบ
การเยี่ยมชมพื้นที่จริง
การรับฟังความคิดเห็น
การนำข้อคิดเห็นไปใช้
บริษัทฯ นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียไปใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการดูแลชุมชน เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียและการพัฒนาอย่างยั่งยืน