SCG

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 9:
โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม
เป้าหมายที่ 12:
การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
คู่ค้ารายใหม่ลงนามรับทราบถึงจรรยาบรรณคู่ค้าของกลุ่มราชพัฒนา
ผลการดำเนินงาน
คู่ค้ารายใหม่ลงนามรับทราบถึงจรรยาบรรณคู่ค้าของกลุ่มราชพัฒนา %
เป้าหมาย
คู่ค้ารายใหม่ได้รับการประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) ของ กลุ่มราชพัฒนา 100%
ผลการดำเนินงาน
คู่ค้ารายใหม่ได้รับการประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) ของ กลุ่มราชพัฒนา %
เป้าหมาย
คู่ค้ารายใหม่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG) ของ กลุ่มราชพัฒนา 100%
ผลการดำเนินงาน
คู่ค้ารายใหม่ของกลุ่มราชพัฒนาได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG) ของ กลุ่มราชพัฒนา %
เป้าหมาย
บริษัทจัดให้มีแผนการอบรมให้กับคู่ค้าด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปีละ 1 ครั้ง
ผลการดำเนินงาน
บริษัทจัดให้มีการอบรมด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้กับคู่ค้าของกลุ่มราชพัฒนา จำนวน ครั้ง

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงทั้งความท้าทายและโอกาสที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานภายใต้บริบทเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการสร้างและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีความมั่นคงและครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยมุ่งเน้นให้สามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่นในทุกขั้นตอน พร้อมวางระบบที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้รวดเร็วต่อความเปลี่ยนแปลง เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและสร้างความได้เปรียบในสภาวะการแข่งขัน

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อความยั่งยืน​

บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจพลังงาน ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ บริษัทมีความมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วยการผลิต และพัฒนาพลังงานสะอาด มุ่งเน้นความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงการมีส่วนร่วมและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น ตามแนวคิดพลังงานสีเขียว การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในกระบวนการผลิตพลังงาน เป็นกระบวนการที่ใช้ในการจัดการและควบคุมกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงานตั้งแต่การเก็บรวบรวมวัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บการขนส่ง และการจำหน่าย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด​

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

แนวปฏิบัติด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน​

บริษัทให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานด้วยการกำหนดแนวทางการปฏิบัติต่อคู่ค้าที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของสินค้า บริการ และบริหารความสัมพันธ์อย่างยั่งยืนร่วมกัน ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ตลอดจนสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจทั้งของบริษัทและคู่ค้าได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติ ดังนี้​

1
บริษัทมีระบบการคัดเลือกคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปฏิบัติต่อคู่ค้าบนพื้นฐานของการแข่งขันที่เป็นธรรม ความเสมอภาค ความโปร่งใส และความเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งมีการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าเพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และบรรเทาความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
2
บริษัทส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยพิจารณาให้ความสำคัญกับคู่ค้าในท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในพื้นที่และกระชับความสัมพันธ์ในพื้นที่ที่ดำเนินงาน โดยให้โอกาสอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ครอบคลุมถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่น ๆ
3
บริษัทเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อคู่ค้าและแรงงานของคู่ค้าอย่างเป็นธรรมตามบรรทัดฐานสากล พร้อมทั้งมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม ในกรณีที่ตรวจพบว่าคู่ค้ามีการใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานที่ผิดกฎหมาย บริษัทจะดำเนินมาตรการแก้ไข เช่น การตักเตือน การกำหนดแผนปรับปรุง หรือการยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
4
บริษัทส่งเสริมความสัมพันธ์ระยะยาวกับคู่ค้า ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ การพัฒนาอย่างร่วมมือ และการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
5
บริษัทปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าอย่างเคร่งครัด และให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาได้ บริษัทจะเร่งเจรจากับคู่ค้าเป็นการล่วงหน้า เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
6
บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลของคู่ค้า และไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อบุคคลที่สามโดยมิชอบ
7
บริษัทไม่เรียกร้อง รับ หรือยินยอมที่จะรับทรัพย์สิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์อื่นใดที่อยู่นอกเหนือข้อตกลงทางการค้า และยึดมั่นในหลักจริยธรรมทางธุรกิจและนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างเคร่งครัด

เกณฑ์การระบุคู่ค้าสำคัญและกลยุทธ์การบริหารจัดการ

บริษัทกำหนดเกณฑ์ในการระบุคู่ค้าสำคัญเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้าง และลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยแบ่งกลุ่มคู่ค้าออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

1. คู่ค้าสำคัญของบริษัทโดยตรง (Critical Tier 1 Supplier)
คู่ค้าที่มีมูลค่าการสั่งซื้อสูง มีการสั่งซื้อต่อเนื่อง หรือมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อธุรกิจของบริษัท
2. คู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Non-tier 1 Suppliers)
คู่ค้าที่จัดหาสินค้าหรือบริการให้กับคู่ค้าสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัททางอ้อม
3. คู่ค้าทั่วไป (General Supplier)
คู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวปฏิบัติและจรรยาบรรณที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของบริษัท
กลุ่มคู่ค้า จำนวนคู่ค้า (ราย) คิดเป็นร้อยละ (%)
คู่ค้า Critical Tier 1 Supplier 6 2.21​
คู่ค้า Non-tier 1 Suppliers 33 12.18​
คู่ค้าทั่วไป General Supplier 232 85.61​
รวม 271​ 100

นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาคู่ค้ารอง (Non-tier 1 Suppliers) เพื่อให้สามารถเติบโตและยกระดับเป็นคู่ค้าสำคัญในอนาคต ผ่านแนวทางสนับสนุนและการบริหารจัดการที่เหมาะสม

การร่วมมือด้านจรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจ

ในปี 2568 บริษัทมีความมุ่งมั่นต่อจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจร่วมกันกับคู่ค้า โดยถือปฏิบัติ ตามมาตรฐานแรงงานไทย การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้ได้ขยายเครือข่ายพันธมิตรเพื่อร่วมลงนาม ในหนังสือแสดงความมุ่งมั่นต่อจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนดังนี้​

ในปี 2568​ ข้อร้องเรียนและข้อพิพาทกับคู่ค้า
เป็น 0
กลุ่มเป้าหมาย ประกาศเจตนารมณ์/การเข้าร่วมโครงการ จำนวน (ราย)
ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง (Supplier) /ผู้รับเหมาช่วง/ผู้รับเหมา/ผู้ให้บริการภายนอก นโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน 271
นโยบายคุณภาพสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและอนุรักษ์พลังงาน 271

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ชุมชนและสังคม
ผู้ถือหุ้น
เจ้าหนี้
ภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแล ที่เกี่ยวข้อง